“โตโยต้า” จี้รัฐปกป้องอุตฯ หนุนซื้อรถผลิตในประเทศ รักษาฐานผลิต

🛻 โตโยต้ากระทุ้งรัฐบาล เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เสนอ 3 ประเด็น เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ดูแลฐานผลิตในประเทศ-ซัพพลายเชน-ส่งเสริมความหลากหลายพลังงานผ่าน “มัลติพาร์ตเวย์” ส่วนปีนี้เชื่อยังรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไม่น้อยกว่า 37% ท่ามกลางปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งภาวะสงคราม-เศรษฐกิจ
นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีส่วนร่วมในการสร้างจีดีพีสูงถึง 10% เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสามารถเดินต่อไป โตโยต้าอยากเสนอใน 3 ประเด็นหลัก ๆ ให้ทางภาครัฐในการกระตุ้นตลาดและอุตสาหกรรมยานยนต์

หลังจากตลาดอยู่ในภาวะชะลอตัวมาเป็นระยะเวลาพอสมควร เพื่อสนับสนุนและเกิดการกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้แก่

• การกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้รถยนต์ในประเทศก่อน จากที่ตลาดรถยนต์มีความต้องการสูงถึงระดับ 1 ล้านคัน ก่อนหน้านี้มีการสนับสนุนโครงการรถยนต์คันแรก แต่ปัจจุบันความต้องการภายในประเทศอยู่ที่ระดับ 600,000 คัน
• การเร่งมาตรการเพื่อส่งเสริมและรักษาฐานการผลิตในประเทศ รวมทั้งการรักษาวงจรห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ มีการผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่านี้
• การยกระดับขีดความสามารถในการส่งออกรถยนต์ให้มากขึ้น รวมทั้งในส่วนของการสนับสนุนและมองถึงความหลากหลายของพลังงาน หรือ “มัลติพาร์ตเวย์” ที่ปัจจุบันมีการนำเสนอทางเลือกของการใช้พลังงานที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของรถยนต์ไฮบริด (HEV) รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไบโอฟลูแอล

โดยที่ผ่านมาโตโยต้า และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ได้มีการพูดคุยหารือร่วมกับภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน โดยมีการตอบรับมาในระดับหนึ่งแล้ว

“ในส่วนของแนวคิดมัลติพาร์ตเวย์นั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากให้รัฐบาลสนับสนุนแต่รถยนต์ BEV เท่านั้น แต่ทั้งนี้ยังมีพลังงานทางเลือกที่หลากหลายอีกมากมาย ที่เราอยากให้รัฐบาลสนับสนุนทั้งหมดอย่างเท่าเทียม”

นายยามาชิตะกล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่ในการช่วยให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมขับเคลื่อนไปได้ในขณะนี้คือ “ปริมาณ” การผลิต เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งานในประเทศ และการส่งออก โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้สิ่งที่โตโยต้าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนละส่งเสริม คือ การกระตุ้นความต้องการภายในประเทศก่อน

เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริม และรักษาระบบซัพพลายเชน หรือห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความแข็งแกร่ง ด้วยการสนับสนุนให้คนหันมาใช้รถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ
.
.
ที่มา : ประชาชาติ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่